- วงออร์เคสตรา (Orchestra)

posted on 04 Nov 2009 03:49 by nuy1 in Band directory Knowledge

 

 

          วงออร์เคสตรา หรือ วงดุริยางค์สากล เป็นวงดนตรีขนาดใหญ่ที่ใช้เครื่องดนตรี และผู้บรรเลงจำนวนมาก บทเพลงที่ใช้บรรเลงมีหลายประเภท เช่น ซิมโฟนี คอนแชร์โต โอเวอร์เจอร์ เพลงบรรยายเรื่องราวต่างๆ บรรเลงประกอบการแสดงละครโอเปร่า บรรเลงประกอบการแสดงระบำปลายเท้า เป็นต้น

          วงออร์เคสตรา หรือ วงดุริยางค์สากล ประกอบด้วยเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสาย รวมกับเครื่องลมไม้ เครื่องลมทองเหลือง และเครื่องตีกระทบ ซึ่งมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานตั้งแต่สมัยยุคบาโรก (ศตวรรษที่ 16) ในการศึกษาวงออร์เคสตราจำเป็นต้องเข้าใจถึงองค์ประกอบดังนี้

 

1. ประวัติของวงออร์เคสตรา

          วงออร์เคสตรา เป็นภาษาเยอรมัน หมายถึง สถานที่เต้นรำ เป็นส่วนหน้าเวทีของโรงละครสมัยกรีกโบราณในยุคกลาง ความหมายได้เปลี่ยนเป็นเวทีที่ใช้แสดงเท่านั้น และใน กลางศตวรรษที่ 18 วงออร์เคสตรา หมายถึง การแสดงของวงดนตรี ซึ่งใช้มาจนปัจจุบัน อีกนัยหนึ่งก็ยังหมายถึง พื้นที่ระดับต่ำที่เป็นที่นั่งอยู่หน้าเวที ละคร และการแสดงคอนเสิร์ต

          ในระยะแรก การใช้เครื่องดนตรีไม่มีการระบุแน่นอนว่ามีการบรรเลงเป็นอย่างไร ต่อมาในระยะศตวรรษที่ 16 มีโอเปราเกิดขึ้นทำให้มีความจำเป็นต้องการให้มีการบรรเลงกลมกลืนกับนักร้องจึงเริ่มมีการกำหนดเครื่องดนตรีลงในบทเพลงโดยเป็นลักษณะของวงเครื่องสายออร์เคสตรา (String Orchestra) มีผู้เล่นจำนวน 10-25 คน ในศตวรรษที่ 17 เริ่มมีการเพิ่มเครื่องลมไม้ และในตอนปลายยุคบาโรก (ประมาณ ค.ศ. 1750) ผู้ประพันธ์เพลงเริ่มระบุจำนวนเครื่องดนตรีไว้ในบทเพลงโดยละเอียด มีการเพิ่มเครื่องลมทองเหลือง และเครื่องประกอบจังหวะ

 

 

การบรรเลง วงสตริงออร์เคสตรา (String Orchestra)

 

 

          วงออร์เคสตราเริ่มมีการพัฒนารูปแบบจนได้มาตรฐานในยุค คลาสสิก (ศตวรรษที่ 18) บทเพลงประเภทซิมโฟนีมีการพัฒนารูปแบบที่หลากหลาย ได้แก่ บทเพลงประเภท คอนแชร์โต โอเปรา และเพลงร้องเกี่ยวกับศาสนา

          นอกจากนี้ในวงออร์เคสตรายังมีเครื่องดนตรีแต่ละประเภทครบถ้วน คือ ในกลุ่มเครื่องสายประกอบด้วย ไวโอลิน วิโอลา เชลโล และดับเบิลเบส ในกลุ่มเครื่องลมไม้ ประกอบด้วยฟลูต คลาริเน็ต โอโบ บาสซูน ในกลุ่มเครื่องลมทองเหลืองประกอบด้วย ฮอร์น ทรัมเป็ต ทรอมโบน และทูบาและในกลุ่มเครื่องตีประกอบด้วย กลองทิมปานี กลองใหญ่ และเครื่องประกอบจังหวะอื่นๆ ซึ่งจะมีรายละเอียดตามความต้องการของผู้ประพันธ์เพลง

          ต่อมาในยุคโรแมนติก วงออร์เคสตราเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อแสดงความยิ่งใหญ่และสื่ออารมณ์ของบทเพลงให้ชัดเจน ความนิยมในบทเพลงประเภทบรรยายเรื่องราว (Symphonic poem) ทำให้วงออร์เคสตรามีผู้แสดงถึง 100 คน และนับว่าเป็นการพัฒนาถึงขีดสุดจนถึงยุคศตวรรษที่ 20 เนื่องจากผลกระทบหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ทำให้วงมีขนาด ลดลงซึ่งในการจัดวงนั้นก็ขึ้นกับปัจจัยทางสังคม เช่น เศรษฐกิจ การเมือง เป็นต้น เช่นเดียวกับการประพันธ์บทเพลง

 

2. วิวัฒนาการการจัดวงออร์เคสตรา

2.1 ยุคบาโรก (Baroque) ค.ศ. 1600-1750 เป็นยุคแรกของวงออร์เคสตรา ดังนั้น มาตรฐานการจัดวงจึงมีความไม่แน่นอนซึ่งอาจประกอบด้วย

 

เครื่องสาย  คือ       ไวโอลิน 2 แนว (ไวโอลิน 1 ไวโอลิน 2)
          วิโอลา
          เชลโลและดับเบิลเบส
     
เครื่องลมไม้  คือ       โอโบ 3 เครื่อง
          บาสซูน 1 เครื่อง
          บางครั้งอาจมีฟลูต
     
เครื่องลมทองเหลือง  คือ       ทรัมเป็ต 3 เครื่อง
          บางครั้งอาจมีฮอร์น
     
เครื่องประกอบจังหวะ  คือ       ทิมปานี

 

 

 

          นอกจากนี้อาจมีออร์แกนหรือฮาร์พซิคอร์ด เพื่อบรรเลงบทเพลงที่เกี่ยวกับศาสนา (เพลงโบสถ์) และเครื่องดนตรีชนิดอื่นตามความต้องการของผู้ประพันธ์

 

วิดีโอตัวอย่างการบรรเลง วงออร์เคสตร้า
(ตัวอย่างลักษณะ การจัดวงยุคบาโรค)

 

 

2.2 ยุคคลาสสิก (The Classic Era) ค.ศ. 1750-1820 ยุคนี้วงออร์เคสตราเริ่มมีแบบแผนอาจแบ่งเป็น วงเครื่องสายออร์เคสตรา (String Orchestra) คือ วงออร์เคสตราที่ประกอบด้วยเครื่องสายเพียงอย่างเดียวและวงออร์เคสตรามีเครื่องดนตรีทั้ง 4 ประเภท อาจประกอบด้วย

 

ฟลูต   2       เครื่อง   ฮอร์น   2       เครื่อง
โอโบ   2       เครื่อง   ทรัมเป็ต   2       เครื่อง
คลาริเน็ต   2       เครื่อง   กลองทิมปานี   2       เครื่อง
บาสซูน   2       เครื่อง               

 

เครื่องสาย (ตามแต่ผู้ประพันธ์เพลงต้องการ)

ในกลุ่มเครื่องสายจะมีแนวบรรเลง 2 แนว คือ แนวทำนองหลักและแนวเสียงประสาน

 

 

 

 

 

วิดีโอตัวอย่างการบรรเลง วงออร๋เคสตร้า
(ตัวอย่างลักษณะ การจัดวงยุคคลาสสิก)

 

 

2.3 ยุคโรแมนติก (The Romantic Era) ค.ศ. 1820-1900 ยุคนี้ออร์เคสตราพัฒนาถึงจุดที่เป็นมาตรฐานเครื่องดนตรีสามารถให้สีสันกับบทเพลงได้อย่างเด่นชัด โดยมีการเพิ่มจำนวนเครื่องดนตรีให้มากขึ้น ผู้บรรเลงประมาณ 80 คน ประกอบด้วยเครื่องดนตรี ดังนี้

 

ฟลูต   4      เครื่อง   ดับเบิลเบส   8      เครื่อง
โอโบ   4      เครื่อง   ฮอร์น   4      เครื่อง
คลาริเน็ต   4      เครื่อง   ทรัมเป็ต   4      เครื่อง
บาสซูน   4      เครื่อง   ทรอมโบน   4      เครื่อง
ไวโอลิน 1 14      เครื่อง   ทิมปานี   1      เครื่อง
ไวโอลิน 2 14      เครื่อง   กลองใหญ่   1      เครื่อง
วิโอลา   8      เครื่อง   ฉาบ   1      เครื่อง
เชลโล 10      เครื่อง   ฮาร์ฟ   1      เครื่อง

 

 

 

2.4 วงออร์เคสตราในปัจจุบัน มีความแตกต่างกันไปตามสภาพสังคม และเศรษฐกิจ รวมทั้งจุดมุ่งหมายการบรรเลงเพลงด้วย แบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ คือ

 

- วงแชมเบอร์ออร์เคสตรา

          วงแชมเบอร์ออร์เคสตรา หมายถึง วงดนตรีที่ประสมวงด้วยเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายในตระกูลไวโอลินเท่านั้น มีผู้บรรเลงจำนวน 16 – 20 คน

 

- วงซิมโฟนีออร์เคสตรา หรือวงดุริยางค์สากล

          ประกอบด้วยเครื่องดนตรีครบทุกประเภท คือ เครื่องสาย เครื่องลมไม้ เครื่องลมทองเหลือง เครื่องลิ้มนิ้ว และเครื่องตีกระทบ เป็นลักษณะการประสมวงที่สมบูรณ์ที่สุด ขนาดของวงได้กำหนดโดยผู้บรรเลงในกลุ่มเครื่องสายดังนี้

 

1) วงขนาดเล็ก (Small Orchestra) มีผู้บรรเลงประมาณ 40 – 60 คน

2) วงขนาดกลาง (Medium Orchestra) มีผู้บรรเลงประมาณ 60 – 80 คน

3) วงขนาดใหญ่ (Full Orchestra) มีผู้บรรเลงประมาณ 80 คนขึ้นไป

 

          วาทยกร (Conductor) หรือ เรียกว่า ผู้อำนวยเพลง คือผู้ที่ทำหน้าที่ควบคุมวงดนตรี ต้องที่ด้านหน้าวงดนตรี เพื่อกำกับจังหวะ กำกับลีลา และกำกับความดังเบาของบทเพลงที่บรรเลงอยู่ เป็นผู้เชื่อมโยงอารมณ์ และความรู้สึกของผู้ประพันธ์เพลงไปสู่ผู้ฟังเพลง

 

วีดีโอตัวอย่าง วาทยกร หรือ ผู้อำนวยเพลง
(Conductor) เขามีหน้าที่อะไร ไปชมกัน

 

          การจัดวงออร์เคสตรา คำนึงถึงความกลมกลืนของเสียงดนตรี และความสมดุลของเสียงเครื่องดนตรีแต่ละกลุ่ม กลุ่มเครื่องสายมีจำนวนมากที่สุดในวง ประมาณ 2 ใน 3 ของจำนวนผู้บรรเลงทั้งหมด ในการจัดกลุ่มเครื่องดนตรี นิยมให้กลุ่มเครื่องสายนั่งอยู่ด้านหน้าสุด ต่อจากนั้นจะเป็นกลุ่มเครื่องลมไม้ กลุ่มเครื่องลมทองเหลืองและกลุ่มเครื่องตีกระทบอยู๋ด้านหลัง ดังนี้

 

กลุ่มเครื่องสาย ไวโอลิน 1       18 เครื่อง
  ไวโอลิน 2       15 เครื่อง
  วิโอลา       12 เครื่อง
  เชลโล       12 เครื่อง
  ดับเบิลเบส       12 เครื่อง
       
กลุ่มเครื่องลมไม้ ฟลูต         3 เครื่อง
  ปิกโคโล         1 เครื่อง
  โอโบ         3 เครื่อง
  อิงลิชฮอร์น         1 เครื่อง
  คลาริเน็ต         3 เครื่อง
  เบสคลาริเน็ต         1 เครื่อง
  บาสซูน         3 เครื่อง
  ดับเบิลบาสซูน         1 เครื่อง
       
กลุ่มเครื่องลมทองเหลือง ฮอร์น       4-6 เครื่อง
  ทรัมเป็ต         4 เครื่อง
  ทรอมโบน         3 เครื่อง
  ทูบา         1 เครื่อง
       
กลุ่มเครื่องตี กลองทิมปานี         1 เครื่อง
  กลองใหญ่    
  กลองเล็ก    
  ไซโลโฟน    
  สามเหลี่ยม    
  ฉาบ    
  แทมโบริน    

 

 

 

วีดีโอตัวอย่างการบรรเลง วงออร์เคสตรา
(ตัวอย่างลักษณะการจัดวง ยุคปัจจุบัน)

 

3. บทเพลงที่ใช้ในวงออร์เคสตรา

ซิมโฟนี (Symphony)

          เป็นบทเพลงต้นแบบของเพลงประเภทต่างๆ ที่ใช้บรรเลงสำหรับวงซิมโฟนีออร์เคสตรา ซึ่ง นิยมในยุคคลาสสิก (1750-1820) ส่วนใหญ่ประพันธ์โดยไฮเดิน (106 บท) โมซาร์ท (ประมาณ 50 บท) ในยุคโรแมนติกเป็นบทเพลงที่มีความไพเราะ สง่างามและแสดงออกถึงอารมณ์ จิตวิญญาณของดนตรีในยุคผู้ประพันธ์ที่สำคัญ เช่น ชูเบิร์ต ชูมานน์ เป็นต้น ซิมโฟนีโดยปกติ ประกอบด้วย 3-4 ท่อน โดยรูปแบบจังหวะแต่ละท่อนเป็นเร็ว-ช้า-เร็ว หรือ เร็ว-ช้า-เร็ว ปานกลาง-เร็ว

 

วีดีโอตัวอย่าง บทเพลง Symphony
(Beethoven No. 9 - Mvt. 4)

 

 

คอนแชร์โต (Concerto)

          เป็นบทเพลงสำหรับเครื่องดนตรีเดี่ยวเพื่อแสดงฝีมือของผู้บรรเลงร่วมบรรเลงกับวงออร์เคสตรา เกิดขึ้นในยุคบาโรกและมีแบบแผนที่เป็นมาตรฐานในยุคคลาสสิก ด้านรูปแบบมีลักษณะคล้ายกับซิมโฟนีแต่มีเพียง 3 ท่อน ประกอบด้วย เร็ว-ช้า-เร็ว คอนแชร์โตที่นิยม คือ เปียโนคอนแชร์โตและไวโอลินคอนแชร์โต

 

โอเปรา (Opera)

          เป็นละครเพลงร้องที่ใช้วงออร์เคสตราในการบรรเลงดนตรีประกอบ และดำเนินเรื่องใช้การร้องเป็นหลัก โอเปราแบ่งได้ 2 ประเภท คือ โอเปรา ซีเรีย (Opera Seria) เป็นเรื่องราว เกี่ยวกับชนชั้นสูง เนื้อหาเกี่ยวกับโศกนาฏกรรม ความรัก และโอเปรา ชวนหัว (Comic Opera, Opera buffa) เนื้อหาเป็นเรื่องสามัญชนทั่วไป แนวสนุกสนาน ตลกขบขัน ดำเนินเรื่องรวดเร็ว

          บางโอกาสอาจมีโอเปราอีก 2 ประเภท คือ โอเปเรตตา (Operetta) เป็นโอเปราขนาดเล็ก มีแนวสนุกสนานทันสมัย ใช้การพูดแทนการร้องในบทสนทนา และคอนทินิวอัสโอเปรา (Continuous Opera) เป็นโอเปราที่ใช้ดนตรีเชื่อมโยงเรื่องราวตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ

 

ดนตรีบรรยายเรื่องราว (Simphonic poem)

          เป็นบทเพลงที่ใช้เสียงดนตรีสื่อความหมายต่างๆ หรือเล่าเรื่องราวตามความมุ่งหมายของ ผู้ประพันธ์ ซึ่งอาจเป็นการเล่าเรื่องราวหรือบรรยายภาพในลักษณะการเลียนเสียงธรรมชาติ เช่น น้ำไหล นกร้อง เป็นต้น บทเพลงประเภทนี้จะสื่ออารมณ์ความรู้สึกอย่างชัดเจน เกิดขึ้นใน ยุคโรแมนติกและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

 

บัลเลต์ (Ballet)

          เป็นบทเพลงที่ใช้สำหรับประกอบการแสดงละครคล้าย โอเปร่า แต่ไม่มีบทร้อง ผู้แสดงใช้การเต้นบรรยายแทนการสนทนา ผู้ประดิษฐ์ท่าทางมีความสำคัญมากเพราะต้องสื่อเนื้อหาที่เข้ากับดนตรีและเนื้อเรื่อง ดนตรีบัลเลต์จัดเป็นดนตรีที่บรรเลงด้วยวงออร์เคสตร้าที่มีความไพเราะสามารถฟังได้โดยไม่ต้องมีการแสดงประกอบแต่ประการใด

 

 

 

ที่มา : http://tc.mengrai.ac.th/singthong/webstu/521/611/6119-Baroque-A/link16.htm


 

 

edit @ 22 Aug 2016 09:05:42 by KNOWLEDGE OF MUSIC

Comment

Comment:

Tweet

จัดไป

#25 By KNOWLEDGE OF MUSIC on 2016-08-22 12:01

มีข้อมูลเยอะกว่านี้หน่อยจะดีใจมากต้องหาหลายเวบเเต่มาเสียเวลาเปล่ากับเเค่เวบนี้ wink

#24 By มีข้อมูลหน่อยก้อ (103.7.57.18|223.205.74.58) on 2013-02-05 18:16

questionน่าจะมีภาพประกอบด้วยครับopen-mounthed smile

#23 By love (61.19.66.246) on 2012-01-07 12:33

ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะ

#22 By Red Fox on 2011-10-01 22:50

ดีครับ ขอบคุณจริงคร๊าบบบบบบบบbig smile big smile big smile big smile question question question

#21 By ...(ไม่บอก ^ ^) (125.25.99.70) on 2011-08-15 19:40

KNOWLEDGE OF MUSICนี้เป็นเรื่องที่ฉันถูกมองไปยังกระดาษของฉันเสร็จสิ้นภารกิจระยะวิทยาลัย

#18 By paxil lawyer (110.37.48.89) on 2010-10-21 18:01

ดี

#17 By (1.46.64.50) on 2010-10-07 17:13

เนื้อหานอยมาก cry double wink wink surprised smile question tongue angry smile sad smile confused smile open-mounthed smile big smile

#16 By รา (124.122.99.141) on 2010-10-01 18:22

น่าสนใจมากค่ะ

#15 By แมมมาย (110.49.205.92) on 2010-09-19 16:37

ดีquestion

#14 By (110.164.172.209) on 2010-09-18 13:45

ขอบคุณมากๆครับ

#12 By fam (118.174.191.89) on 2010-08-22 13:51

#11 By (58.10.155.254) on 2010-08-18 09:33

น่าจะมีเนื้อหาเยอะกว่านี้นะ น่าจะมีรูปภาพของวงดนตรีต่างๆbig smile open-mounthed smile confused smile sad smile sad smile angry smile question question embarrassed surprised smile wink double wink cry question question embarrassed

#10 By (115.67.33.169) on 2010-07-26 16:46

ทำมัยค้นหายาจัง

#9 By อย่ารู้เลย (115.67.33.169) on 2010-07-26 16:17

เนื้อหาอยากให้ได้มากกว่านี้หน่อย

อ่า

#7 By (202.133.154.79) on 2010-07-23 10:11

question open-mounthed smile open-mounthed smile confused smile confused smile big smile big smile tongue question surprised smile wink double wink

#5 By (113.53.20.189) on 2010-02-07 20:34

สา

#1 By รตร (115.67.182.179) on 2009-11-22 20:42